เค้กมะพร้าวอ่อน ^_^

posted on 30 Jan 2012 16:26 by zo-noot  in Dessert  directory Food
  เค้กมะพร้าวอ่อน 
 
 
 
มาแล้นนนน.......เค้กมะพร้าวอ่อน ใครอยากกินบ้างเจ้าค่ะ 
 
ลังจากที่ห่างหายจาก Blog ไปหลายวัน ไมไ่ด้ไปไหนไกลเลยนะ แค่งานเยอะ บวกกับอารมณ์ขี้เกียจ ฮ่าๆๆ
อุ๊ยต๊าย ตาย....รู้กันหมดเลยว่าจิงๆแล้วเป็นคนเกียจคร้าน อิอิ
 
เสาร์ที่ผ่านมาไปถอยเตาอบใหม่มา เลยจัดเค้กมะพร้าวลองเตาซะหน่อย
แต่แล้วก้อเจอปัญหา เตาเจ้ากรรม สวิทช์ตั้งเวลาไม่ทำงาน แต่ยังดีที่ความร้อนปกติ ไม่งั้นคงอดกิน
 
ใครอยากลองทำเค้กมะพร้าวอ่อนบ้าง มามะ ตามมาดูขั้นตอนกรรมวิธีการผลิตกัน ^^

อันดับแรกเลยคือเตรียมส่วนผสม สำหรับเค้กที่ทำวันนี้จะเป็นเค้กเนื้อชิฟฟ่อนค๊าาาา
เนื้อเค้กจะไม่แน่นมาก เนื้อจะเบาๆ  รสชาติจะหวานน้อย เพราะเด๋วจะมีหน้าเค้กที่มีความมันและเค็มด้วยจะได้สมดุลกันจ้า

ส่วนผสมส่วนที่ 1
เป็นส่วนของครีมมะพร้าวจ้า มีส่วนผสมตามรูปเลยน๊า

 
 
ส่วนผสมส่วนที่ 2
เป็นส่วนของเนื้อเค้ก ซึ่งเราจะเรียกว่าส่วนของไข่แดง เพราะว่ามีไข่แดงเป็นส่วนผสมจ้า
 
 
 
ส่วนผสมส่วนที่ 3
เป็นส่วนของเค้กเช่นกันจ้า เราจะเรียกส่วนนี้ว่า ส่วนของไข่ขาว นะ
 
 
ตระเตรียมวัุตถุดิบเรียบร้อยแล้วต่อมาเรามาลงมือทำกันดีก่า

ขั้นตอนแรก เราต้องเตรียมครีมมะพร้าวก่อนค่ะ
เพราะว่าพอเราเคี่ยวเรียบร้อยแล้วระหว่างรอให้ครีมเย็นก็จะพอดีกับเค้กเสร็จ
 
ขั้นตอนคือ
                     1. เทน้ำมะพร้าว - กะทิ - เกลือ - น้ำตาลทราย - แป้งถั่วเขียว ผสมกัน
                     2. คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
                     3. เปิดไฟอ่อน ค่อยๆคนส่วนผสมทั้งหมดให้ข้นขึ้น
                     4. เมื่อส่วนผสมเริ่มข้นใส่มะพร้าวอ่อนลงไปคนเล็กน้อย
                     5. ใส่เนยลงไป คนจนกระทั่งเข้ากันและเนยละลาย
                     6. ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น เมื่อเย็นแล้วครีมจะข้นขึ้นอีกเล็กน้อย
 
 
ต่อมาเรามาทำเนื้อเค้กกันดีกว่า...............จากส่วนผสมที่เตรียมไว้เรามาเริ่มที่ส่วนของไข่แดงกันก่อน
 
 
ขั้นตอนของส่วนของไข่แดงมีตามนี้จ้า

                    1. ร่อนแป้งเค้ก ขั้นตอนนี้ให้ร่อน 2 รอบนะจ๊ะ
 

                    2. นำ่แป้งที่ร่อนแล้ว ผสมกับ เกลือ - ผงฟู - น้ำตาลทรายป่น
 
                    3. ทำแป้งให้เป็นหลุมตรงกลาง จากนั้นเทไข่แดงลงไปจ้า
 
                    4. จากนั้นใส่กะทิ - น้ำมันพืช - น้ำมะพร้าว ผสมลงไป สำหรับขั้นตอนนี้สามารถใส่กลิ่นหรือสีที่ต้องการลงไปได้นะจ๊ะ เช่น ใส่กลิ่นใบเตยลงไปสักหยดก้อได้จ้า
 
                    5. ตีส่วนผสมให้เข้ากันด้วยความเร็วสูง

                    6. ได้ออกมาหน้าตาประมาณนี้จ้า
 
เค้กในส่วนของไข่แดงเป็นอันเรียบร้อย พักไว้ก่อนค่ะ
ต่อมาเรามาทำเค้กส่วนที่ 2 เป็นส่วนของไข่ขาวกันบ้าง
 
 
ขั้นตอนตามนี้เลยจ้า

                    1. เทไข่ขาวลงในโถตี (บ้านไม่มีโถตี ก้อเอาใส่หม้อ ฮ่าๆๆ)

                    2. ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงไปในไข่ขาว
 
                    3. ตีส่วนผสมทั้งสองจนเป็นฟอง คล้ายๆฟองเบียร์ จากนั้นค่อยๆเทน้ำตาลลงไปทีละนิดจนกระทั่งหมด (ขั้นตอนนี้ลืมถ่ายรูปไว้ >"<)
                    4. ตีส่วนผสมทั้งหมดจนกระทั่งตั้งยอดอ่อน แบบในรูปจ้า
 
เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองส่วน
จากนั้นเอาส่วนของไข่ขาว ผสมกับส่วนของ ไข่แดง แบบนี้
 
จากนั้นใช้ตระกร้อมือ คนส่วนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
จากนั้นเทใส่พิมพ์ ตอนเทถ้าเป็นฟองอากาศให้เคาพิมพ์เบาๆเพื่อไล่ฟองอากาศ
สำหรับขั้นตอนนี้เค้าลืมถ่ายรูปอีกแล้ว (-_-")
 
สำหรับเค้กแบบนี้ให้อบด้วยไฟล่างนะจ๊ะ ความร้อน 180 องศา
ใช้เวลาอบประมาณ 20-25 นาทีจ๊ะ
 
ระหว่างรอเค้ก แนะนำว่า ล้างทุกสิ่งที่กองไว้ พอล้างเสร็จไม่นานเค้กก้อสุกพอดี อิอิ ^^
เป็นการใช้เวลาให้คุ้มค่า ฮ่าๆๆๆๆ
 
ติ๊ก..ต๊อก......ติ๊ก..ต๊อก
ผ่านไป 25 นาที
 
 
เค้กสุกแล้ว ลอกกระดาษไขออกมาด้วยน๊าเด๋วกินไปทั้งกระดาษ อิอิ
สไลด์เค้กเป็น 2 ชั้นจ้า เพื่อที่จะทำไส้เค้กด้วยครีมที่เราทำไว้
 
จากนั้นก้อเอาครีมที่เหลือมาแต่งหน้าเค้ก
จิงๆแล้วถ้าจะเอาให้สวยงามต้องแต่งเค้กด้วยบัตเตอร์ครีมนะเนี่ยะ
แต่ับังเิอิญไม่มีเนยขาวเลยไม่ได้ทำบัตเตอร์ครีมมาแต่งหน้า
อาศัยครีมมะพร้าวนี่ล่ะ ราดลงไปเลย ฮ่าๆๆ ออกแนวเอาง่ายเข้าไว้
หน้าตาเค้กเลยออกมาขี้เหร่แบบที่เห็นนี่ล่ะค่ะ
 
 
ทิ้งไว้แปปนึง ครีมก้อจะเซ็ตตัวไม่เหลวมากจ้า
 
เป็นอันเสร็จพร้อมเสริฟจ้า
แม้หน้าตาเค้กจะขี้เหร่ แต่รสชาติขอคอนเฟิร์มความอร่อยนะจ๊ะ
 
-------------------------------------------------------------------------------------
ภูมิใจสรรสร้าง ความอร่อยจากก้นครัวน้อยๆแห่งนี้ ส่งตรงถึงหน้าจอทุกคนเจ้าค่ะ

 

On The Table

posted on 24 Jan 2012 15:40 by zo-noot  in Review  directory Food
On The Table...
 

 
ร้านอาหารญี่ปุ่นหน้าตาดี สไตล์อิตาลี
 
พิกัดร้าน : Central Ladpharo
เวลาทำการ : 11.00 AM - 10.00 PM
 
เหตุเกิดจากหาเรื่องจะไปเดิน Shopping (โซนนอกห้าง) แต่บังเอิ๊ญ บังเอิญ หิว Embarassed
ไหนๆมันก้อหิวแล้ว คงต้องหาอะไรกระแทกท้องสักนิดส์์......เอิ่ม...กินอะไรดีมักเป็นคำถามแรกๆที่เกิดขึ้นกับทุกคน
ปฏิบัติการออกตามล่าหาอาหารใส่ท้องจึงเริ่มขึ้น เดินเข้าห้างเจ๊อะกับร้านสีฟ้า สีสันสดใส ตกแต่งโปร่งๆโล่ง แลดูดี
 

ขอเก็บร้านนี้ไว้ใน List ก่อน เพราะเมื่อพลิกดูราคา เฮ้อ....ค่อนไปทางแพงนิดหน่อย Foot in mouth
(อารมณ์ประมาณว่า ไม่เคยกิน หร่อยป่าวยังไม่รู้ แพงไว้ก่อน ฮ่าๆ)
 
เดินไล่จากชั้น 1 ลงใต้ดิน วนจากซ้ายสุดไปขวาสุด เลี้ยวขึ้นบันไดเลื่อนผ่านชั้น 1 มาชั้น 2 เจ๊อะแต่ธนาคาร ข้ามๆ..
วนไปเรื่อยถึงชั้น 3 อาหารเพียบ แต่ก้อมีแต่ที่กินกันอยู่เป็นอาจิณ ไหนจะ Fuji, Pizza, Sizzler, Sukishi บลาๆๆ
ข้ามๆ ไปชั้น 4 กันดีกว่า เดินวนจากซ้ายไปขวา (Concept เดิม) จนแล้วจนรอดก้อเลือกร้านไม่ได้
(อาจเป็นเพราะใจมันอยู่ที่ร้านแรกไปแล้ว อิอิ Cool)
 
หลังจากทัวร์ครบทั้งห้างยังไม่ได้ร้านกิน เลยตัดสินใจฟันธง...คอนเฟิร์มไปร้านแรก
"On The Table"
 
วนกันลงมาอีกรอบ ร้านว่างพอดี แจ้งพนักงานเสร็จสรรพก็บรรเลงสอดส่องหาเมนูน่ากิน
 
รายการอาหารมีไม่มากเท่าที่คิด แต่หน้าตาดีทุกจาน ทำให้อยากลองลิ้มชิมรสซะทุกอย่าง
อันโน้นก็น่ากิน อันนี้ก็น่าลอง แต่...ประเด็นคือ มากันแค่ 2 คน ครั้นจะสั่งซะทุกสิ่งก็คงไม่ไหวเคลียร์
 
เอาล่ะ หลังจากคิดได้ว่ากินแค่พอประมาณ ก็เิริ่มเล็งหาสิ่งที่อยากกิน
 
เจอแล้ว.........."หอยเชลล์เบคอนเนยกระเทียม"
 
 
 
สั่งอีกสัก 2 รายการดีกว่า บลาๆๆๆๆ.....
 
เมนูของคาวมีให้เลือกไม่เกิน 5 หน้าแต่รับรองว่าใครเห็นรูปก็ต้องเกิดอาการเดียวกันแน่นอน ^^
 
ไหนๆก็เปิดเมนูของคาวให้ดูแล้ว ขอนำเสนอของหวานกันต่อ


 
ระหว่างรออาหาร สอดส่องบรรยากาศในร้านสัึกนิด

ทิชชู่ VS เมนู ลายเดียวกันเด๊ะ ^^
 
 
น้ำดื่มมาแล้วววว Logo ร้านกับสีฟ้าใสๆน่ารักเลยทีเดียว

 
...
รอไม่นานอาหารก็มา
...
 
จานแรกมาแว้ววว
 
 
หอยเชลล์ตัวโตๆ พันเบคอนมา พร้อมความหอมของเนยและกระเทียม
ช้าอยู่ใย ของลองลิ้มรสสักหน่อยสิ
 
 
สังเกตุเนื้อหอย หนามาก เบคอนที่พันมากรอบกรุบๆ เคี้ยวแล้วจะรู้สึกกรอบนอกนุ่มใน
ความหอมของเนยและกระเทียมทำให้ทุกอย่างเข้ากันได้เป็นอย่างดี
 
หลังจากชิมจานแรกไป จานต่อมาก็ตามมาติดๆ
 


Capellini Arabiki Sausage ชื่อเรียกยากมาก.....แต่แปลง่ายๆเป็นไทยมันก็คือ สปาเก็ตตี้ผัีดไส้กรอก ฮ่าๆๆๆ
จานนี้มีความหอมของใบโหระพา และมีความเผ็ดเล็กๆ ไส้กรอกเนื้อแน่นอร่อยเลยทีเดียว
 
 
จานสุดท้ายเป็นข้าว Laughing ....(จำชื่อไม่ได้ Foot in mouth)
 
ประมาณเบเกอร์หมูห่อชีสอะไรแนวๆนั้น
เนื้อหมูนุ่ม ซอสร้านกลมกล่อม ชีสเยอะพอประมาณไม่ชวนให้เลี่ยนมาก
 
ซูม....ซูม
 
 
มาครบ 3 จาน กินกันจนอิ่มท้องเลยทีเดียวสำหรับมื้อค่ำ
 
 
ไว้คราวหน้าจะมาฝากท้องอีก และสัญญาว่าจะมาจัดของหวานด้วยแน่นอน
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ภูมิใจสรรหาความอร่อย เสริฟตรงถึงทุกคนนะเจ้าค่ะ

หลั่นล้า หลั่นล้า รอบดึก
 
 
        ช่วงนี้เบอร์ห้า (บ้าเห่อ) Blog ใหม่ เลยขยันเอาเมนูมาทยอยลง ^^ รอบดึกวันนี้ขอนำเสนอ ..."แกงจืดเต้าหู้หมูสับผักกาดขาว"... เจ้าค่ะ
  
             สำหรับเมนูนี้เป็นเมนูที่แสนจะธรรมด๊าาาา (เสียงสูงมาก) ธรรมดา ที่คาดว่าทุกๆคนคงทำได้ไม่ยาก ยิ่งสมัยนี้มีคนอร์ก้อนเดียวก็โยนลงหม้อ หลายคนก็ว่าอร่อยล้ำแล้ว แต่บางคนน้ำซุปต้องเคี่ยวโน้นนี่นั่น กว่าจะได้กินทำเอาเหงื่อตกกันเลยทีเดียว ><" แต่สำหรับ Blog นี้ก็ง่ายๆไม่ต้องเคี่ยวซุปให้เมื่อยตุ้ม แต่ก็ไม่ง่ายขนาดโยนก้อนปรุงรสนะเจ้าค่ะ............อย่ามัวแต่เม้ากันให้เสียเวลา ว่าแล้วมาลองทำลองกินกันดีกว่า
  
  
           เมนูแสนง่ายเมนูนี้สิ่งที่ต้องจัดเตรียมก่อนเททุกอย่างลงหม้อมีตามนี้จ้าาาาาา
              1. ผักกาดขาว
           2. หมูสับ >>> หมักกับซอสปรุงรส+พริกไทยนิดหน่อยจ้า
           3. กระเทียม
           4. วุ้นเส้น
           5. ซีอิ้วขาว
           6. ผงปรุงรส
           7. เกลือ
           8. พริกไทยป่น
  
          
  
          มาดูกันดีกว่าว่าของในรูปจะออกมาเป็นอาหารได้ยังไง (^_^)
  
          1. เอาวัตถุดิบต่างๆแปลงร่างกันก่อนนะเจ้าค่ะ
  
             
  
         2. ตั้งเตา เอาน้ำใส่หม้อ จากนั้นเอากระเทียบทุมโยนมันลงไปเลยจ้า
  
            
  
         3. พอน้ำเริ่มเดือดกระเทียมก้อจะเริ่มลอยขึ้นมา จากนั้นปั้นหมูเป็นก้อนๆใส่ลงไป แต่ข้าน้อยออกแนวขี้เกียจเอาช้อนตักหย่อนลงหม้อ มันเลยไม่เป็นก้อน อิอิ ^^"
 
           
 
          4. รอสักแปป หมูเริ่มสุก ให้ตักฟองออกนะค่ะ แล้วเริ่มปรุงรสตามที่ชอบกันเลยจ้า ส่วนตัวชอบพริกไทยเยอะหน่อย เวลาซดร้อนๆจะคล่องคอเชียว @_@
 
          
 
        5. ชิมรสก่อนนะค่ะ ให้รสออกเค็มไปเล็กน้อยค่ะ เพราะเด๋วพอเราเอาผักลงแล้วความหวานจากผักจะออกมาอีกทำให้ไม่ต้องปรุงเพิ่มเติมค่ะ
 
         
 
         6. ปิดฝาไว้สักแปป ให้ผักนิ่มหน่อย จากนั้นเอาเต้าหู้ใส่เลยจ๊ะ
 
        
 
         7. สุดท้ายและท้ายสุด หลังจากชิมรสตามชอบใจแล้ว ใส่วุ้นเส้นลงไปเลยค่ะ รออีกแปปเดียวเท่านั้น สังเกตุให้เส้นวุ้นเส้นเริ่มใสเป็นอันใช้ได้จ้า แต่.....ขั้นตอนนี้ข้าน้อยลืม Capture รูป (>w<)
 
 
        และแล้วเมนูนี้ก็ได้ออกมาเป็นแบบนี้เจ้าค่ะ
 
ภูมิใจสรรสร้างความอร่อยจากก้นครัวน้อยๆแห่งนี้ ส่งตรงถึงหน้าจอทุกคนเจ้าค่ะ

edit @ 18 Jan 2012 00:09:27 by Kitchen by Nuchy

edit @ 18 Jan 2012 09:17:46 by Kitchen by Nuchy